หากเปรียบเศรษฐกิจจีนเป็นมังกร อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ก็คือหัวใจที่สูบฉีดเลือดหล่อเลี้ยงการเติบโตมาตลอดหลายทศวรรษ และ China Evergrande Group เคยเป็นอัญมณีบนยอดมงกุฎนั้น จากจุดเริ่มต้นในปี 1996

โดย สวี่ เจียอิ้น  เอเวอร์แกรนด์เติบโตอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับ 2 ของจีน โดยมีโครงการกระจายตัวอยู่กว่า 280 เมืองทั่วประเทศ

จาก “ที่หลบภัย” ของเงินออม สู่ยอดภูเขาน้ำแข็งแห่งหนี้สิน

วิกฤต Evergrande ในสายตาชาวจีน อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือ “สินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุด สำหรับ  ฮอยอาน่า    การลงทุน เอเวอร์แกรนด์ใช้โมเดลธุรกิจที่เรียกว่า High Leverage, High Turnover

หรือการกู้ยืมเงินมหาศาลเพื่อกว้านซื้อที่ดินและเร่งสร้างโครงการเพื่อขายล่วงหน้า (Pre-sale) นำเงินจากลูกค้าไปหมุนเวียนกู้ซื้อที่ดินแปลงใหม่ทำซ้ำไปเรื่อยๆ

จนกลายเป็นอาณาจักรที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 10.7 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้สูงที่สุดในโลก

 

ชนวนเหตุ: นโยบาย “3 เส้นแดง” 

ระเบิดเวลาเริ่มนับถอยหลังในปี 2020 เมื่อรัฐบาลปักกิ่งออกมาตรการ 3 เส้นแดง เพื่อสกัดกั้นฟองสบู่และลดความเสี่ยงเชิงระบบ โดยจำกัดเพดานการกู้ยืมของดีเวล็อปเปอร์ มาตรการนี้เปรียบเสมือนการดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจของเอเวอร์แกรนด์

ทำให้บริษัทไม่สามารถกู้เงินใหม่มาใช้คืนหนี้เก่าได้ทัน จนนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ (Default) ในปี 2021 และกลายเป็นโดมิโนตัวแรกที่ล้มลง ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเออร์ สถาบันการเงิน และที่สำคัญที่สุดคือ **”ความเชื่อมั่นของประชาชน”**

 

สถานะปัจจุบัน: จุดจบของยักษ์ใหญ่และการชำระบัญชี
ตลอดช่วงปี 2024 ถึงต้นปี 2026 วิกฤตนี้ได้เดินทางมาถึงฉากสุดท้ายอย่างเป็นทางการ:

คำสั่งเลิกกิจการ: ศาลฮ่องกงได้สั่งให้ Evergrande เข้าสู่กระบวนการ Liquidation (การชำระบัญชี) เนื่องจากไม่สามารถเสนอแผนปรับโครงสร้างหนี้ที่น่าพอใจแก่เจ้าหนี้ได้

การเพิกถอนหุ้น: หุ้นของ Evergrande ถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Delisting) ในเดือนสิงหาคม 2025 ปิดฉากการเป็นบริษัทมหาชนอย่างถาวร

อาฟเตอร์ช็อก: ปัจจุบัน (มีนาคม 2026) ผู้ชำระบัญชีกำลังเร่งขายทอดตลาดสินทรัพย์ที่เหลืออยู่ ตั้งแต่คอนโดมิเนียมที่สร้างไม่เสร็จ ไปจนถึงหุ้นในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและบริการจัดการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อนำเงินมาคืนเจ้าหนี้ที่มีคิวรออยู่อย่างยาวเหยียด

 

บทเรียนราคาแพงและการปรับตัวของจีน

วิกฤต Evergrande ไม่ได้เป็นเพียงความล้มเหลวของบริษัทเดียว แต่มันแสดงถึงการอวสานของโมเดลเศรษฐกิจแบบเก่าที่พึ่งพาการกู้ยืมมาสร้างการเติบโต รัฐบาลจีนเปลี่ยนทิศทางสู่นโยบาย

“บ้านมีไว้เพื่ออยู่ ไม่ได้มีไว้เพื่อเก็งกำไร” แม้จะส่งผลให้ GDP ของประเทศชะลอตัวลง แต่เป็นความพยายามที่จะลดระเบิดเวลาในระยะยาว