Wi-Fi

Wi-Fi อ่านว่าไวไฟ เป็นเทคโนโลยีใหม่

ซึ่งเป็นอินเตอร์เน็ตเเบบไร้สายใช้ควบคู่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เช่น เชื่อมกับคอมพิวเตอร์เเละโทรศัพท์ ซึ่งไวไฟนั้นจัดอยู่ในเเลนไร้สายเเต่ในสมัยก่อนไวไฟใช้เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เล็กๆเช่นพวกเเลนเท่านั้น ปัจจุบันได้ปรับปรุงไห้มาเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เเละคอมพิวเตอร์ได้ เพราะ ช่วยอำนวยความสะดวกเกี่ยวความเร็วของอินเตอร์เน็ต ไวไฟได้พัฒนาเเละเปลี่ยนเเปลงเทคโนโลยีเป็นการป้องกันการคุกคามมากขึ้น โดยการใช้รหัสผ่านไวไฟ เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งในสมัยก่อนเป็นเเค่ไวไฟธรรมดาไม่มีระบบป้องกันอะไร

ไม่เหมือนปัจจุบันที่เป็นการป้องกันอย่างเเน่นหนา ไวไฟเริ่มมีเมื่อปี ค.ศ.1997 จัดตั้งโดยวิศวกรรมทางไฟฟ้าเเละอิเล็กทรอนิกส์ ในอดีตไวไฟมีประสิทธิภาพในการทำงานช้า อืด ไม่รวดเร็วเหมือนสมัยนี้เเละความปลอดภัยก็ไม่มีอีก เเละพวกเขาก็นำไปปรับปรุงเเละพัฒนาไวไฟไห้ดีขึ้นกว่าเดิมจนได้ผลงานที่หน้าพอใจ เพราะมันดีขึ้นกว่าเดิมมาก

ไวไฟเป็นการกำหนดเเละเชื่อมต่อไวไฟไว้ภายในเครือข่ายเเลน ซึ่งมีโหมดอยู่2โหมดคือ

1.Infrastructure ซึ่งโหมดนี้ทำไห้ไวไฟเชื่อมต่อกับเเลนอื่นๆได้คือ ผู้ใช้เเละกับคอมพิวเตอร์ โหมดนี้นิยมมากติดกันตามบ้าน เคหะสถานที่ต่างๆไวไฟนี้เอาไว้ใช้ในที่ที่อับสัญญาณหรือสัญญาณไม่มี คนส่วนมากจึงนิยมที่จะติดตั้งไวไฟประเภทนี้เพราะด้วยความเร็วเเรงเเละความสะดวกสบายในการใช้ที่บ้าน เเละความเป็นส่วนตัว 

2.Ad-Hoc เป็นเครือข่ายปิด การใช้งานไม่ต้องผ่านสถานีต่างๆ เพราะเป็นเครือข่ายปิด เเละระบบของไวไฟนั้นมีการสร้างระบบความปลอดภัยไว้อย่างเเน่นหนาเพื่อไม่ไห้คนอื่นมาลักลอบใช้ไวไฟของเรา คือ การตรวจสอบผู้ใช้ว่ามีการเคยเข้าระบบของเรามาก่อนไหม ซึ่งไวไฟนั้นก็มีทั้งข้อดีเเละข้อจำกัดอีกด้วยเช่นข้อดีคือ ความไวของไวไฟ คือตอนนี้เป็นที่นิยมกันในหมู่มากทั่วโลก เพราะว่าไม่ต้องเติมเน็ตโทรศัพท์บ่อยๆเเล้วยังสามารถใช้อินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงเเละไม่ลดความเร็วในการใช้งานของเราอีกด้วย

เเละไวไฟในประเทศไทยนั้นคนก็นิยมใช้กันในหมู่มาก โดยมีทั้ง ไวไฟเราว์เตอร์ สามบีบีไวไฟ ทรู เเละเครือข่ายไวไฟอื่นๆที่ไห้บริการเเตกต่างกันออกไป ส่วนข้อจำกัดก็คือ ในที่ในถิ่นทุรกันดารนั้น บางทีก็ไม่สามารถติดตั้งไวไฟได้ เพราะไม่มีสายเเลนเชื่อมต่อเข้าไปในบ้าน ถ้าเชื่อมต่อสายเเลนจะต้องเดินสายเข้าไปเองทำไห้เสียตังหลายหมื่น ขึ้นอยู่กับระยะทางของเราที่ต้องการด้วย ซึ่งข้อจำกัดของไวไฟนั้นยังมีอีกหลายเหตุผล เเต่เราขอยกตัวอย่างปัญหาที่ผู้คนมักประสบเเละพบเจอมาเท่านี้ก่อน เพื่อไห้ได้รู้ว่าโลกของเรามีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆทางด้านอินเตอร์เน็ตมากยิ่งขึ้นเพื่อยกระดับการเชื่อมต่อเเละสื่อสารโดยการใช้เเลน

 

ขอบคุณผู้สนับสนุนโดย Gclub ฝากขั้นต่ำ50

การกำหนด Reservation IP Address

ในกรณีที่เครื่องไคลเอนต์ทำหน้าที่เป็น FAX Service, Share Printer,Message mail และ Scanner การได้รับ Dynamic IP Addressจะทำให้เกิดอุปสรรคในการทำงานพอสมควร เพราะเครื่องอื่นๆบนระบบจะต้องแมปไอพีแอดเดรสของเครื่องนี้ใหม่ทุกวัน

เราสามารถจะกำหนดไอพีแอดเดรสแบบคงที่ (Static)ให้กับเครื่องไคลเอนต์ที่ต้องการได้ โดยใช้ฟีเจอร์ Reservation ของ DHCPตามขั้นตอนดังนี้

  1. ตรวจหมายเลข MAC Addressประจำการ์ดเน็ตเวิร์กของไคลเอนต์เครื่องนั้น โดยไปที่ Command Prompt และใช้คำสั่ง ipconfig/all จะแสดงเลข MAC address ของการ์ดเน็ตเวิร์กที่หัวข้อPhysical Address : 00 – FF – 79 – 7F – 41 – D7
  1. ที่เครื่องมือ DHCP ให้เข้าไปที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์>IPv4>Scope>Reservations จากนั้นคลิกขวาที่ Reservationและเลือกคำสั่ง New Reservation
  1. ปรากฏหน้าต่าง New Reservation ให้ใส่ชื่อ Reservation name, IPAddress และ MAC Address ประจำการ์ดเน็ตเวิร์กของไคลเอนต์ จากนั้นคลิกปุ่มAdd
  2. แสดงรายการไอพีแอดเดรสที่กำหนดค่าคงที่แบบ Reservationการกำหนดค่า DHCP Options

การกำหนดสโคปในหัวข้อที่ผ่านมา จะมีขั้นตอนการกำหนด DHCP Optionได้แก่ Default Gateway, DNS Domain Name, DNS Server และ WINs Server

ซึ่งค่าเหล่านี้จะถูกจ่ายไปพร้อมไอพีแอดเดรสและกำหนดค่าให้กับไคลเอนต์ในเครือข่ายเราสามารถกำหนด DHCP Optionsเพื่อกำหนดและแจกจ่ายค่าเหล่านี้ไปยังไคลเอนต์ ซึ่งแบ่งการครอบคลุมได้ 4 ระดับด้วยกัน คือ

Server Options : กำหนดค่าให้กับสโคปทั้งหมดที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์

Scope Options : กำหนดค่าให้เฉพาะสโคปเท่านั้น

Option class :สำหรับกลุ่มไคลเอนต์ที่ใช้ซอฟต์แวร์ที่มีความต้องการแบบพิเศษ

Reservation client : ใช้กับเฉพาะเครื่องไคลเอนต์

ในที่นี้จะกล่าวถึงการกำหนดค่าในเฉพาะระดับ Server Options, ScopeOptions และ Reservation Clientกำหนด Server Optionsการปรับแต่งค่าในระดับ Server Options ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน RFC 1542จะมีอยู่ 76 ออพชัน

โดยปกติแล้วจะมีออพชันพื้นฐานที่ใช้งานอยู่ 3 – 5 ออพชัน เช่น03 Router, 05 Name Server, 06 DNS Server และ 15 DNS Domain Name(44 WINS / NBNS Server และ 46 WINS / NBT Node Type

สำหรับเครือข่ายที่ใช้ WINS Server) การกำหนดค่ามีขั้นตอนดังนี้

  1. ไปที่ชื่อเซิร์ฟเวอร์ >IPv4 ให้คลิกขวาที่ Server Options และเลือกConfigure Options
  1. ปรากฏหน้าต่าง Server Options ที่แท็บ General ในคอลัมน์ AvailableOptions จะแสดงออพชันต่างๆ ให้เรากำหนดค่า
  1. กำหนดค่าออพชัน Router หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่นี้และกำหนดไอพีแอดเดรส จากนั้นคลิกปุ่ม Add และปุ่ม Apply4 – 6. กำหนดค่าออพชัน Name Server, DNS Server และ DNS DomainName

คอมพิวเตอร์มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง

ขั้นตอนการตรวจเช็ก และแก้ปัญหาซีพียูทำงาน แต่หน้าจอมืด

–  ถ้าหากเครื่องพีซีไม่มีการ์ดจอแยก แต่มีเฉพาะพอร์ตจอออนบอร์ดเมื่อเครื่องพีซีมีปัญหา หรืออาการข้างต้น แสดงว่า ภาคแสดงผลของเมนบอร์ดหรือพอร์ตจอออนบอร์ดพัง ดังนั้น คุณจำเป็นต้องซื้อการ์ดจอแยกมาติดตั้งหรือไม่ก็เปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่ไปเลย

–  ในกรณีเครื่องโน้ตบุ๊คมีปัญหา หรืออาการข้างต้นก็แสดงว่าภาคแสดงผลสายแพเชื่อมต่อจอมอนิเตอร์ (Pair cable) และจอแสดงผล(LCD or LED Monitor) อาจจะมีปัญหา คุณสามารถตรวจเช็กได้ง่ายๆเพียงเชื่อมต่อสายสัญญาณมอนิเตอร์ไปยังพอร์ต VGA ของเครื่องโน้ตบุ๊คถ้าหากจอมอนิเตอร์แสดงผลก็หมายความว่าภาคแสดงผลไม่มีปัญหา
จากนั้นให้เปลี่ยนสายแพ แต่ถ้าหากยังมีปัญหาอยู่สุดท้ายคงต้องเปลี่ยนชุดจอแสดงผลของโน้ตบุ๊คใหม่

 

ปัญหาคอมพิวเตอร์ทางด้านซอฟต์แวร์

ซอฟต์แวร์ (Software) สำหรับสาเหตุทางด้านซอฟต์แวร์รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์อาจส่งผลต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์ช้า วินโดวส์พัง ก็เป็นไปได้ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

พื้นที่เก็บข้อมูลฮาร์ดดิสก์เหลือน้อยเกิดจากคุณไม่เคยกำจัด หรือลบไฟล์ขยะออกจากคอมพิวเตอร์และติดตั้งโปรแกรมที่ไม่จำเป็นมากเกินไป สำหรับไฟล์ขยะเป็นไฟล์ที่ระบบ
(Windows and Programs) และผู้ใช้งานสร้างขึ้นมาเอง ดังนั้น

การแยกเก็บไฟล์ข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ ไฟล์ไหนที่ไม่ได้ใช้งานก็ควรลบทิ้งไปและควรกำจัด หรือลบไฟล์ขยะอยู่เสมอส่วนการติดตั้งโปรแกรมคุณควรคำนึงถึงความถี่ในการใช้งานโปรแกรมนั้นๆถ้าหากโปรแกรมไหนมีความถี่ในการใช้งานน้อยก็ควรติดตั้งโปรแกรมเฉพาะเวลาที่ต้องการใช้งานจริงเท่านั้นหลังจากใช้งานโปรแกรมเสร็จแล้วก็ให้ถอนการติดตั้งโปรแกรมทันที
นอกจากนี้การตรวจเช็กโปรแกรมที่ถูกติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ถ้าหากโปรแกรมไหนเข้าข่ายถูกใช้งานประมาณ 3 เดือนต่อครั้งคุณควรถอนการติดตั้งโปรแกรมนั้นออกจากคอมพิวเตอร์
เพียงเท่านี้ก็จะช่วยยึดคืนพื้นที่ฮาร์ดดิสก์กลับมาได้มากเลยทีเดียวพื้นที่ฮาร์ดดิสก์เหลือน้อยลง

สำหรับสาเหตุที่ทำให้พื้นที่ฮาร์ดดิสก์เหลื่อน้อยลงก็เกิดจากสาเหตุหลักๆ ได้แก่

1. การเก็บไฟล์ข้อมูลที่ไม่เป็นระเบียบหรือไม่เป็นสัดส่วนทำให้มีไฟล์ซ้ำกันบนฮาร์ดดิสก์มากเกินไป

2. ไม่เคยลงไฟล์ที่ไร้ประโยชน์ หรือไฟล์ขยะ

3. ไม่เคยย้าย หรือแบ็คอัพไฟล์ข้อมูลไปไว้บนฮาร์ดดิสก์ลูกอื่นเลย

4. ติดตั้งโปรแกรม และฟีเจอร์ของวินโดวส์ที่ไม่จำเป็น มีไฟล์โรลแบ็คหรือแพทช์อัพเดตวินโดวส์เก่าจำนวนมาก

5. ไม่เคยกำจัดรีจิสทรีขยะ หรือเออเรอร์