ความสัมพันธ์เทคโนโลยีกับการเดินทาง

ปัจจุบันเทคโนโลยีได้มีบทบาทในโลกของมนุษย์อย่างมาก

และนำมาใช้ประโยชน์ในหลาย ๆ  ด้าน เช่น การเรียน การศึกษา การสนทนาและการเดินทาง หรือใช้ในการทำงาน อำนวยความสะดวกแก่ มนุษย์ สำหรับคำว่าเทคโนโลยีนั้น หากจะขยายความหมายให้ชัดเจน ก็คือ  ” การนำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่มนุษย์ “

จะกล่าวถึงเทคโนโลยีกับการเดินทางนั้น ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการเดินทาง มีตัวอย่างเช่น GPS หรือเรียกชื่อเต็มว่า  Global Positioning System หมายถึง ระบบระบุตำแหน่ง บนพื้นโลก ซึ่งอาศัยการคำนวณจากความถี่สัญญาณนาฬิกา ที่ส่งมาจากตำแหน่งของดาวเทียมต่าง ๆ ที่โคจรอยู่รอบโลก มีประโยชน์สำหรับนักเดินทาง ใช้ในการค้นหาตำแหน่งได้

ซึ่งตอนนี้  GPS ติดอยู่ใน สมาร์ทโฟน แต่ละบุคคลที่มี สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชนิดอีกด้วย

และ GPS นี้เชื่อมกับ Google map ใช้เป็นแผนที่ในการดูเส้นทาง สถานที่ ตำแหน่ง เพื่อค้นหา สถานที่ที่เราอยากเห็น ก็สามารถค้นหา ใน Google map ได้เลย และนำทางเราไปได้ แต่มีข้อเสีย คือ หากไปที่ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ อาจจะมีสัญญาณขาดหาย และหาก  Google map ไม่ได้อัพเดทข้อมูลใหม่ ๆ ก็จะทำให้ข้อมูล ยังเก่าและไม่ถูกต้อง ในบางครั้ง แต่เราก็ต้องใช้ความรู้รอบตัว โดยใช้แผนที่ในกระดา หรือใช้เข็มทิศ ในการดูทิศทาง เพื่อเป็นแนวทางในการเดินทาง และนอกจากนี้ GPS ก็ยังมีเทคโนโลยี อื่น ๆ ที่สามารถช่วยอำนวยความสะดวก ให้แก่เราในการเดินทางได้อีก

ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับการเดินทาง มีความสัมพันธ์กัน และ อำนวยความสะดวกอย่างมาก

คือ ช่วยให้เราเดินทาง ถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว เห็นสถานที่นั้น ๆ ผ่านอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้เราสามารถเตรียมการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว เช็คความรอบคอบก่อนเดินทาง ไปที่ต่าง ๆ ได้อย่างดี แต่ถึงเทคโนโลยี จะมีประโยชน์ และอำนวยความสะดวกได้มากมายแค่ไหน แต่เราก็ต้องพึงระลึกเสมอว่า ทุกอย่างมันก็มีข้อเสีย ไม่มีอะไร  สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซนต์ มีเรื่องเล่าที่เคยได้ยินมา ก็มาก เช่น เดินทางโดย GPS พาเข้าป่า เข้าดง เส้นทางที่เราเห็น อยู่ข้างหน้า แต่ยัง จะให้ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา

เมื่อเปิด GPS แล้วหากไม่ไปตามเส้นทางที่กำหนดในระบบพิกัดของเครือข่ายดาวเทียม เครื่อง GPS ก็จะส่งสัญญาณ ว่าเราไปไม่ถูกเส้นทาง อยู่อย่างนั่น นี้ก็เป็นข้อที่ผู้ใช้ GPS ต้องพึงระวัง ถึงจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไว้ด้วย เพราะฉะนั้น ควรใช้ ว่า Global  Positioning System หรือ GPS อย่างรอบคอบ ตรวจสอบแหล่งที่มา จากแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ และค้นหาจุดสำคัญใกล้เคียงที่เป็นจุดหลักของเส้นทางที่เราจะไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง เพื่อความถูกต้องในการเดินทาง และ ให้การเดินทางปลอดภัยมากที่สุด  

 

สนับสนุนโดย แทงมวยสด

การกำหนด Reservation IP Address

ในกรณีที่เครื่องไคลเอนต์ทำหน้าที่เป็น FAX Service, Share Printer,Message mail และ Scanner การได้รับ Dynamic IP Addressจะทำให้เกิดอุปสรรคในการทำงานพอสมควร เพราะเครื่องอื่นๆบนระบบจะต้องแมปไอพีแอดเดรสของเครื่องนี้ใหม่ทุกวัน

เราสามารถจะกำหนดไอพีแอดเดรสแบบคงที่ (Static)ให้กับเครื่องไคลเอนต์ที่ต้องการได้ โดยใช้ฟีเจอร์ Reservation ของ DHCPตามขั้นตอนดังนี้

  1. ตรวจหมายเลข MAC Addressประจำการ์ดเน็ตเวิร์กของไคลเอนต์เครื่องนั้น โดยไปที่ Command Prompt และใช้คำสั่ง ipconfig/all จะแสดงเลข MAC address ของการ์ดเน็ตเวิร์กที่หัวข้อPhysical Address : 00 – FF – 79 – 7F – 41 – D7
  1. ที่เครื่องมือ DHCP ให้เข้าไปที่เครื่องเซิร์ฟเวอร์>IPv4>Scope>Reservations จากนั้นคลิกขวาที่ Reservationและเลือกคำสั่ง New Reservation
  1. ปรากฏหน้าต่าง New Reservation ให้ใส่ชื่อ Reservation name, IPAddress และ MAC Address ประจำการ์ดเน็ตเวิร์กของไคลเอนต์ จากนั้นคลิกปุ่มAdd
  2. แสดงรายการไอพีแอดเดรสที่กำหนดค่าคงที่แบบ Reservationการกำหนดค่า DHCP Options

การกำหนดสโคปในหัวข้อที่ผ่านมา จะมีขั้นตอนการกำหนด DHCP Optionได้แก่ Default Gateway, DNS Domain Name, DNS Server และ WINs Server

ซึ่งค่าเหล่านี้จะถูกจ่ายไปพร้อมไอพีแอดเดรสและกำหนดค่าให้กับไคลเอนต์ในเครือข่ายเราสามารถกำหนด DHCP Optionsเพื่อกำหนดและแจกจ่ายค่าเหล่านี้ไปยังไคลเอนต์ ซึ่งแบ่งการครอบคลุมได้ 4 ระดับด้วยกัน คือ

Server Options : กำหนดค่าให้กับสโคปทั้งหมดที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์

Scope Options : กำหนดค่าให้เฉพาะสโคปเท่านั้น

Option class :สำหรับกลุ่มไคลเอนต์ที่ใช้ซอฟต์แวร์ที่มีความต้องการแบบพิเศษ

Reservation client : ใช้กับเฉพาะเครื่องไคลเอนต์

ในที่นี้จะกล่าวถึงการกำหนดค่าในเฉพาะระดับ Server Options, ScopeOptions และ Reservation Clientกำหนด Server Optionsการปรับแต่งค่าในระดับ Server Options ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน RFC 1542จะมีอยู่ 76 ออพชัน

โดยปกติแล้วจะมีออพชันพื้นฐานที่ใช้งานอยู่ 3 – 5 ออพชัน เช่น03 Router, 05 Name Server, 06 DNS Server และ 15 DNS Domain Name(44 WINS / NBNS Server และ 46 WINS / NBT Node Type

สำหรับเครือข่ายที่ใช้ WINS Server) การกำหนดค่ามีขั้นตอนดังนี้

  1. ไปที่ชื่อเซิร์ฟเวอร์ >IPv4 ให้คลิกขวาที่ Server Options และเลือกConfigure Options
  1. ปรากฏหน้าต่าง Server Options ที่แท็บ General ในคอลัมน์ AvailableOptions จะแสดงออพชันต่างๆ ให้เรากำหนดค่า
  1. กำหนดค่าออพชัน Router หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่นี้และกำหนดไอพีแอดเดรส จากนั้นคลิกปุ่ม Add และปุ่ม Apply4 – 6. กำหนดค่าออพชัน Name Server, DNS Server และ DNS DomainName

การติดตั้ง RODC

สำหรับโดเมนคอนโทรลเลอร์ของสาขาต่างจังหวัดที่เชื่อมต่อกับสำนักงานใหญ่ผ่าน WAN Link (สาย Leased Line) อาจมีความไม่ปลอดภัย เพราะจะมีใครแอบล็อกออนเข้าโดเมนคอนโทรลเลอร์ได้ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น การขโมยรหัสผ่านของยูสเซอร์ที่เก็บอยู่ในฐานข้อมูลของ Active Directory รวมทั้งเรื่องของไวรัส วิธีแก้ปัญหานี้ คือ การกำหนดโดเมนคอนโทรลเลอร์ตัวนี้ให้เป็น RODC (Read Only Domain Controller) เพื่อให้อ่านข้อมูลได้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถจะเขียนหรือแก้ไขข้อมูลใดๆ ลงไปในโดเมนคอนโทรลเลอร์ตัวนี้ได้

ข้อดีของ RODC

– No Password Stored ถึงแม้ RODC จะต้องเก็บข้อมูลของยูสเซอร์ก็ตาม แต่จะไม่มีการเก็บรหัสผ่านของยูสเซอร์เอาไว้ในฐานข้อมูลของ Active Directory เลย ดังนั้นถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ฮาร์ดดิสก์ของเครื่อง RODC เสียหายหรือถูกขโมย ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลรหัสผ่านของยูสเซอร์ (แต่จะใช้การทำ Password Caching แทน)

– ฐานข้อมูล Active Directory เป็นแบบ Read – Only ทำให้ไม่สามารถทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ใน RODC ได้

– One Way Replication เป็นการเรพลิเคตข้อมูลของ Active Directory แบบทางเดียวเท่านั้น คือจากเครื่องโดเมนคอนโทรลเลอร์สำนักงานใหญ่ที่เป็น Writeable มายังเครื่อง RODC

– Admin Role Separation (ARS) เป็นการ Delegate RODC Administration คือ สามารถกำหนดว่าให้ใครเป็น Local Administration ของ RODC โดยที่ยูสเซอร์คนนั้นไม่ต้องเป็นสมาชิกใน Domain Admin และจะมอง RODC เป็นเพียง Member Server ตัวหนึ่ง

– Read – Only DNS เราสามารถกำหนดให้ RODC ทำหน้าที่เป็น DNS แบบ Read – Only ได้ด้วย ที่จะช่วยในการ Authentication และการทำ Name Resolution

– ไม่สามารถติดตั้ง RODC เป็น Operations Master ได้

เริ่มต้นให้เราติดตั้ง Server Role ตัว Active Directory Domain Service ให้เรียบร้อย

จากนั้นก็รีสตาร์ทเครื่อง และไปที่เครื่องโดเมนคอนโทรลเลอร์หลัก (ในตัวอย่างคือ Capricorn) ให้สร้างยูสเซอร์และกรุ๊ปยูสเซอร์ขึ้นมา ในตัวอย่าง สร้างยูสเซอร์ BranchAdmin และกรุ๊ปยูสเซอร์ Branchuser เอาไว้จัดการกับเครื่อง RODC แล้วให้กลับไปที่เครื่อง RODC และทำการติดตั้งตามขั้นตอนดังนี้

  1. ที่หน้าต่าง Server Manager ให้คลิกที่เครื่องหมาย Link และเลือก Promote this server to a domain controller
  2. ที่แท็บ Deployment Configuration เลือกการติดตั้งแบบ Add a domain Controller to an existing domain เพื่อเพิ่มโดเมนคอนโทรลเลอร์ใหม่ในโดเมนที่มีอยู่แล้ว
  3. ระบุชื่อโดเมนหลัก คือ siam2019.com